Categories
LIFESTYLE PEOPLE & RELATIONSHIP

แอพถามหมอฟรี 5 แอพ ปรึกษาหมอแบบรวดเร็ว อุ่นใจ ใช้แล้วสะดวกขึ้น

แอพถามหมอ ฟรี 5 แอพ ปรึกษาหมอแบบรวดเร็ว อุ่นใจ ใช้แล้วสะดวกขึ้น

( แอพถามหมอ ฟรี 5 แอพ ปรึกษาหมอแบบรวดเร็ว อุ่นใจ ใช้แล้วสะดวกขึ้น )เชื่อว่าหลายคนต้องเคยประสบปัญหาไม่สบายเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องไปหาหมอเพื่อตรวจให้สบายใจ ทั้งๆ ที่พักแค่ 2-3  อาการก็ดีขึ้นได้ ดังนั้น คงเป็นเรื่องดีไม่น้อยหากเราจะสามารถปรึกษาหมอถึงอาการของโรคต่างๆ ได้แบบฟรีๆ ผ่านแอพเพื่อช่วยคลายความกังวลใจ ณ ขณะนั้นได้ทันที ซึ่งตอนนี้คุณสามารถรับคำปรึกษาหมอผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ว กับ 5 แอปพลิเคชันที่เรานำมาฝากกัน ซึ่งใครอยากรู้ว่ามีแอพอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

5 แอพปรึกษาหมอแบบรวดเร็ว อุ่นใจ

จากผลกระทบของไวรัสเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกคน คงหนีไม่พ้นเรื่องสุขภาพ เพราะไม่มีใครอยากป่วยในเวลานี้ หรือบางคนที่ป่วยเป็นโรคอื่น ก็ไม่กล้าที่จะออกเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพราะมีความเสี่ยงสูง สำหรับคุณผู้หญิงหลายๆ คนมักจะสงสัยว่าWorking women ควรเลือกซื้อประกันแบบไหนดี?  ซึ่งใครที่กำลังประสบปัญหานี้ เราก็มี 5 แอปพลิเคชันที่จะทำให้คุณปรึกษาหมอได้อย่างทันใจมาฝาก รับรองเลยว่าคุณจะได้การบริการที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กับการไปโรงพยาบาลเลยทีเดียว

1.Raksa ป่วยทัก รักษา

Raksa-ป่วยทัก-รักษา

เริ่มกันที่แอปพลิเคชันแรก ที่ทำเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาจากคุณหมอผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมงานกับแอพ Raksa มากถึง 500 คน ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์การรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 7 ปี จึงทำให้คุณมั่นใจถึงความปลอดภัยได้อย่างเต็ม 100% นอกจากนี้ในแอปยังเต็มไปด้วยคุณหมอหลากหลายสาขาวิชา ทั้งโรคทั่วไป,สูตินรีแพทย์ ,แพทย์ หู ตา จมูก และอีกมากมาย เรียกได้ว่ามีครบทุกศาสตร์ ไม่ต้องกังวลว่าการให้คำปรึกษาจะไม่ครอบคลุมโรคที่คุณเป็น โดยคุณสามารถเข้ามาขอคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการได้ทันที

2.Ooca

Ooca

หนึ่งในอาการป่วยที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มเป็นกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือผู้ใหญ่ คืออาการของโรคซึมเศร้า ซึ่งบางคนเป็นถึงขั้นรุนแรง คือไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว หรือบางคนเป็นแต่ไม่กล้าไปโรงพยาบาล เพราะกลัวถูกหาว่าเป็นบ้าได้โดยเฉพาะการดูแลตัวเองช่วงวัยหมดประจําเดือนที่อาจทำให้อารมณ์แปรปรวน โดยแอพ Occa ได้มองเห็นถึงปัญหาตรงนี้ จึงจัดทำแอปพลิเคชันที่ให้คำแนะนำโรคทางจิตเวช จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้รับคำแนะนำหรือวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งการทำหน้าที่ของแอพง่ายมาก เพียงคุณดาวน์โหลดก็จะสามารถเลือกแพทย์หรือนักจิตวิทยาตามความต้องการของคุณได้ อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาที่คุณเป็นได้อย่างตรงจุด

3.Samitivej Plus

Samitivej Plus

หนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการรักษา ชื่อของโรงพยาบาลสมิติเวชต้องติดมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งทางโรงพยาบาลได้มีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Samitivej Plus คอยให้คำปรึกษาและข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่โรงพยาบาล โดยแอพนี้คุณสามารถปรึกษาคุณหมอผ่านการวิดีโอคอลได้อย่างสะดวก จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีบทความดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพให้คุณได้อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไปแบบฟรีๆ

4.Chiiwii

Chiiwii

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Chiiwii ที่สามารถทำให้คุณได้พูดคุยกับหมอแบบเรียลไทม์ เรียกได้ว่ามีอาการป่วยปุ๊บ สามารถรับคำปรึกษาได้ทันที ถือว่าสะดวกและรวดเร็วอย่างมาก โดยจุดเริ่มต้นของแอพเกิดขึ้นจากเว็บบอร์ดที่ตอบปัญหาสุขภาพไปมา จึงทำให้กลายเป็นแอปพลิเคชันนี้ ซึ่งคุณสามารถคุยกับหมอได้ถึง 3 ช่องทาง คือ 1.แชท โทร และวิดีโอคอล ใครสะดวกจะรับคำแนะนำแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ ซึ่งตัวแอปพลิเคชันเล่นง่ายมาก ใช้ไม่ยากอย่างที่คุณคิดแน่นอน

5.Honestdocs คุณหมอมือถือ

Honestdocs

ปิดท้ายด้วยแอปพลิเคชันที่หลายคนน่าจะเคยได้ใช้บริการอย่างแอพ “Honestdocs คุณหมอมือถือ” ที่คุณสามารถปรึกษาหรือรับคำแนะนำจากคุณหมอได้ตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นโรคอะไรร้ายแรง และไม่ได้ต้องการคำตอบ อย่างรวดเร็วนัก เพราะการบริการจะให้คุณตั้งคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการไว้ในกระทู้ แล้วจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เข้ามาตอบหรือให้คำแนะนำ ซึ่งคุณสามารถโต้ตอบและพูดคุยกับหมอได้ แต่อาจจะไม่ได้รวดเร็วทันใจ แต่ก็ตอบภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นแอปพลิเคชันหาหมอง่ายๆ ที่คุณสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรี

ข้อดีของการปรึกษาหมอผ่านแอพ

การไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐ ใครที่มีร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายตลอด ถือเป็นเรื่องดีเพราะจะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรค แต่สำหรับคนทำงานยุคใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง อีกทั้งพักผ่อนน้อยเกินไป อาจเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายเกิดอาการป่วยได้ง่าย ซึ่งบางคนไม่มีเวลามากขนาดที่จะเข้าไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กอาการ ดังนั้นการมีแอปพลิเคชันที่สามารถปรึกษาหมอได้ทันที จึงตอบโจทย์อย่างมาก ดังนั้นลองมาดูข้อดีของแอพหาหมอออนไลน์กัน

1.ประหยัดเวลา

  • ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหน ทำอะไร แค่มีแอปพลิเคชันปรึกษาหมอออนไลน์ คุณก็จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางของคุณ เพื่อไปที่โรงพยาบาลอย่างมาก คุณสามารถนัดวันและเวลาที่คุณสะดวกจะเข้ารับการให้คำปรึกษา โดยทางแอพก็จะจัดคิวให้คุณได้ตรงความต้องการ ไม่ต้องเข้าคิวรอ 2-3 ชั่วโมงแบบในโรงพยาบาล นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกคุณหมอที่คุณอยากได้คำแนะนำได้อีกด้วย ถือเป็นแอปพลิเคชันดีๆ ที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก

2.ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

  • ในเวลานี้เรื่องของเงินทองเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนไหนประหยัดได้ก็ประหยัด ซึ่งค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าใช้จ่ายที่ทุกคนไม่อยากเสีย เพราะไม่มีใครอยากเจ็บป่วย ถึงแม้จะมีประกันสังคมหรือบัตรทอง แต่การเข้ารอคิวในที่คนแออัดในช่วงเวลานี้ ถือไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ดังนั้นการปรึกษาหมอผ่านช่องทางออนไลน์ จากแอปพลิเคชันแพทย์ต่างๆ จะช่วยให้คุณได้รับคำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนั้น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการป่วยเพียงเล็กน้อยและต้องการคำแนะนำจากหมอ โดยที่ไม่ต้องไปโรงพยาบาล

ปรึกษาคุณหมอผ่านแอพ

3.ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • ไม่ต้องกังวลว่าการมาขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผ่านแอปพลิเคชัน จะได้หมอใหม่ ที่ยังขาดประสบการณ์หรือความรู้ที่ยังไม่มากพอได้ อีกทั้งกังวลว่าจะเจอหมอฝึกหัด ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่เลย! แอปพลิเคชันพบหมอออนไลน์ส่วนใหญ่ แพทย์ทั้งหมดล้วนมาจากโรงพยาบาลดังทั้งสิ้น อีกทั้งมีประสบการณ์ในการเป็นหมอมากกว่า 7 ปี ทุกคน ซึ่งทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับการดูแล และให้คำปรึกษาได้ตรงอาการของโรค อีกทั้งช่วยให้คุณหายป่วยได้อย่างรวดเร็ว

4.ปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • บางคนเมื่อเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อร่างกาย คล้ายจะมีอาการป่วย มักจะมีความกังวลว่าจะเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือไม่ แต่หากจะให้ไปโรงพยาบาลก็ไม่อยากไป อาจจะเป็นเพราะต้องมีภาระงาน หรือด้วยเวลาที่ดึกมากแล้ว การปรึกษาหมอผ่านแอพออนไลน์จะช่วยให้คุณคลายความกังวลจากอาการที่เป็นอยู่ได้ เพราะคุณสามารถปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางแอพจะมีคุณหมอรอรับอาการของคุณตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะดึกเกินไป หรือเช้าเกินไป คุณสามารถเข้าไปที่แอพ และขอรับคำแนะนำได้ทันที

อาการผิดปกติแบบไหนที่ถือว่าเป็นหนัก ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ถึงแม้ว่าแอปพลิเคชันจะให้คำแนะนำกับคุณได้อย่างทันที และตลอด 24 ชั่วโมงแต่นั่นก็เป็นการประเมินอาการเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งใครที่ป่วยมาหลายวัน หรือมีอาการเจ็บป่วยขั้นรุนแรง การปรึกษาผ่านแอพอาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง การรีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ประเมินอาการ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ดังนั้นลองมาดูกันว่าอาการผิดปกติแบบไหน ที่คุณควรไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุด เพราะตอนนี้ไวรัสโคโรน่ากำลังระบาดหนัก อาจทำให้หลายคนป่วยและแสดงอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันได้

1.หายใจลำบาก แน่นหน้าอก

  • ไวรัสโคโรน่าตอนนี้กำลังระบาดอย่างหนัก ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ล้วนเป็นกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 35-50 ปีขึ้นไป แต่ในประเทศอิตาลีจะพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนมากเป็นผู้ป่วยสูงอายุ ดังนั้นในเวลานี้ผู้สูงอายุอาจต้องเก็บตัวอยู่บ้านเพื่อป้องกันตัวเองจากโรค แต่หากผู้สูงอายุคนไหน มีโรคประจำตัว และมีความเสี่ยงที่จะได้สัมผัสผู้ป่วย หรือไปพื้นที่เสี่ยงมาก อีกทั้งมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก รู้สึกอ่อนเพลีย อาจต้องรีบส่งตัวไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการช็อกจนหมดสติ หรือขาดอากาศหายใจได้

2.ไข้ขึ้นสูงมาก มีอาการหนาวสั่น

  • หากคุณมีผู้ป่วยอยู่ในบ้าน ที่มีอาการไข้ขึ้นสูง ถึงแม้จะปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยให้กินยาลดไข้ แต่ไข้กลับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับมีอาการหนาวสั่น อาจเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้ ดังนั้นต้องรีบพาตัวไปโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด หรือถ้าหากไม่สะดวกที่จะพาไปได้ ให้โทรศัพท์ไปที่ 1669

ปรึกษาคุณหมอ

3.สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง

  • ใครที่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับการสัมผัสจากผู้ป่วยโควิด-19 หรือเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ แถมมีอาการไข้ขึ้น เจ็บคอ และไอ คุณต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการโดยด่วน แต่ถ้าหากใครที่มีความเสี่ยงแต่ยังไม่แสดงอาการ
    อาจกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน เพื่อรอดูว่าร่างกายจะแสดงอาการป่วยออกมาหรือไม่

โควิด-19 ระบาด ส่งผลเสียต่อเรื่องใดบ้าง

ผลกระทบจากโควิด-19 เริ่มส่งผลเสียให้เห็นหลายด้าน ประชาชนทั่วประเทศไทยได้รับความลำบากในการดำเนินชีวิตมากขึ้น เพราะมีหลายสถานที่ต้องปิดตัวลง และผู้คนห้ามออกมาชุมนุมหรือรวมตัวกัน อีกทั้งในเวลานี้ร้านค้าต้องซื้อกลับบ้านเท่านั้นไม่สามารถนั่งกินได้ ผู้คนเริ่มหวาดกลัวต่อโรคระบาดมากขึ้น ตามโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยและคนที่มีความกังวล การปฏิบัติตามนโยบาย Social Distance และการเก็บตัวอยู่บ้าน ดูจะเป็นวิธีที่ช่วยลดการระบาดได้ ลองมาดูกันดีกว่าว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่า ส่งผลกระทบต่อเรื่องใดบ้าง

1.ผู้คนตกงาน

  • ผลเสียที่ร้ายแรงที่สุดในเวลานี้ของไวรัสโคโรน่า คือเรื่องการตกงาน มีหลายอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้มาก โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ไม่สามารถสร้างกำไรได้เลย นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาได้ ผู้คนเก็บตัวอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้โรงแรมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ต้องปิดตัวลงไป รวมไปถึงอาชีพที่ต้องอยู่ในที่สาธารณะ อย่างพนักงานในห้างสรรพสินค้าที่ต้องถูกปิดตัวลง ร้านอาหารต้องสั่งกลับบ้านอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องลดพนักงาน ทำให้เห็นภาพรวมแล้วว่ามีผู้คนตกงานจำนวนมาก ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกันหมด

2.ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

  • เวลานี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สูงถึง 1427 หลาย และยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าในช่วงแรกที่ยังไม่มีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมออกมา ยอดผู้ป่วยมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนหวาดกลัวและวิตกกังวลต่อโรคนี้มาก ทำให้หลายคนเริ่มเก็บตัวอยู่บ้านมากขึ้น ไม่ออกไปในจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง ซึ่งความรุนแรงของโรคถึงแม้จะมีผู้เสียชีวิตในอัตราที่น้อย แต่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ กลับมีโอกาสหายยาก และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ทำให้หลายคนเลือกปฏิบัติตามนโยบาย เพราะไม่อยากติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเอง

3.ผู้คนไม่กล้าไปโรงพยาบาล

  • ในช่วงที่ไวรัสโคโรน่า ยังไม่ระบาด โรงพยาบาลก็เต็มไปด้วยผู้ป่วยจำนวนมาก แต่เมื่อมีไวรัสโคโรน่าทั้งคุณหมอและคุณพยาบาลต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า ยิ่งในเวลานี้ในโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยธรรมดาและผู้ป่วยที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ทำให้การไปโรงพยาบาลถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก หากคุณไม่ได้มีอาการหรือมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาได้ ไม่ควรไปที่โรงพยาบาลเด็ดขาด เพราะปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คุณได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ชั้นนำได้ เช่นแอพ Raksa ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยให้คุณคลายความกังวลจากอาการของโรคต่างๆ ที่เป็นอยู่

4.เศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก

  • ผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า ทำให้เกิดผลเสียในวงกว้าง ซึ่งเรื่องที่อาจทำทุกภาคส่วนต้องเจอกับปัญหา คือเรื่องที่เศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีกำลังมากพอจะไปต่อสู้กับการแข่งขันและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว (Long-Term Economic Growth) และต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลและทรัพยากรต่างๆ ไปกับการจัดการปัญหาโรคระบาด อีกทั้งประเทศมหาอำนาจอย่างจีน สหรัฐอเมริกา ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำพร้อมกันหมด

แอพ คุณหมอ โควิด

5.ธุรกิจยักษ์ใหญ่ปิดตัวลง

  • เมื่อทุกคนไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้ ทำให้ธุรกิจต่างพากันล้มอย่างระเนระนาด ไม่พ้นธุรกิจใหญ่อย่างสายการบิน ที่ต้องออกมา Lay-off พนักงานจำนวนมาก อีกทั้งปิดให้บริการนานถึง 6 เดือน หลายๆ อาชีพที่ทำเงินได้สูงอย่างนักบิน หรือแอร์โฮสเตส ต้องถูกลดเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 30-40 % รวมไปถึงโรงแรมชั้นนำในเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงมายาวนานอย่างโรงแรมวินเซอร์ ที่ต้องปิดตัวลงเพราะพิษไวรัสโคโรน่า ซึ่งคนที่เสียประโยชน์มากที่สุด ก็คือประชาชนทุกคน เพราะเราต้องเสียการบริการที่ดีจากแบรนด์ที่เราชอบ รวมถึงสถานที่บริการที่เราให้ความพึงพอใจนั่นเอง

ใครที่รู้ตัวว่ามีปัญหาสุขภาพบ่อย แต่ไม่อยากเดินทางไปที่โรงพยาบาล แอปพลิเคชันพบหมอออนไลน์ คือคำตอบที่คุณตามหา สามารถเข้าไปขอคำแนะนำหรือรับการปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนใครที่มีอาการป่วยร้ายแรง ควรไปที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อทำให้คุณได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

Categories
PEOPLE & RELATIONSHIP

โคโรน่าไวรัส ยังวิกฤต คนมีคู่ควรพัก เรื่องบนเตียงจริงไหม

ช่วงสถานการณ์ โควิดคนมีคู่ควรพักเรื่องบนเตียงไหม

( ช่วงสถานการณ์ โควิดคนมีคู่ควรพักเรื่องบนเตียงไหม ) ในช่วงที่สถานการณ์ไวรัสโคโรน่ากำลังระบาดอย่างหนัก หลายคนงดออกจากบ้าน งดทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ตามมาตรการป้องกันโรคที่เรียกกันว่า Social distancing ไม่แม้แต่สังคมในที่ทำงาน กลุ่มเพื่อนๆ ที่เคยพบปะกัน แต่แม้กระทั่งในคู่รักเองที่บางคู่อยู่ห่างกัน ก็ต้องแทบจะต้องงดกิจกรรมทุกอย่างตามไปด้วย รวมไปถึงเรื่องบนเตียงที่อาจจะต้องถูกพักไปโดยปริยาย ซึ่งคู่รักหลายคนก็ย่อมมีคำถามสงสัยว่าในช่วงวิกฤตโควิดเช่นนี้ คนที่มีคู่ควรพักเรื่องบนเตียงจริงหรือไม่ ต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย Social distancing ด้วยหรือเปล่า? เราจะพาคุณไปไขข้อข้องใจพร้อมๆ กันค่ะ

Sex-covid

Social distancing คืออะไร

Social distancing คือ การเว้นระยะห่างจากทางสังคมเพื่อให้เราทุกคนได้อยู่ห่างจากผู้คนรอบตัว เนื่องจากทุกคนล้วนเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิดด้วยกันทั้งนั้น โดยนโยบายนี้ได้เริ่มรณรงค์ให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะจะช่วยลดการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ซึ่งการเว้นระยะห่างจากทางสังคมนี้ ถือเป็นมาตรการที่ถูกนำมาใช้ในช่วงระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านไปพื้นที่เสี่ยง หรือออกมาทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นถ้าจะให้พูดง่ายๆ คือคุณต้องเว้นระยะตัวเองออกจากผู้อื่น 1-2 เมตร แต่ทางที่ดีควรเก็บตัวอยู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเกิดการแพร่กระจายเป็นวงกว้างจะดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงบุคคลทั่วไปแล้ว สำหรับในส่วนของคู่รักที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดกัน กินข้าวร่วมกัน นอนด้วยกัน ตลอดจนอาจจะต้องมีกิจกรรมบนเตียงร่วมกัน ในมาตรการป้องกันนี้ก็ย่อมทำให้ต้องฉุกคิดและระมัดระวังตัวไปด้วยเช่นกันว่าเราจะยังสามารถมีเซ็กส์ได้หรือไม่ แต่ก่อนอื่นที่เราจะไปไขคำตอบนี้ เราจะพาคุณไปดูข้อดีของ Social distancing กันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

ข้อดีของ social distancing

ในเมื่อทั่วโลกยังไม่สามารถหาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ทำให้การออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโดยการใช้ social distancing หรือมีไอเท็มที่ควรพกในช่วงไวรัสระบาดดูจะเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะช่วยลดการแพร่ระบาดได้อย่างดี อีกทั้งยังเป็นมาตรการที่ทั่วโลกเลือกใช้เป็นกฎสากล ลองมาดูกันว่า social distancing มีข้อดีอย่างไรบ้าง

1.ลดการติดเชื้อโควิด-19

  • ในช่วงแรกที่ยังไม่มีมาตรการ social distancing จะเห็นได้ว่าผู้คนมีการดำเนินชีวิตตามปกติ และเราอาจกำลังอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับผู้ติดเชื้ออยู่โดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้การติดเชื้อถูกส่งต่อมากขึ้นในทุกๆ วัน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ การเว้นระยะห่างทางสังคม จะทำให้คนเลือกเก็บตัวอยู่บ้านมากกว่าออกมาข้างนอก และที่ทำงานเริ่มให้ทุกคน Work From Home เพราะเชื้อไวรัสทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน แต่เมื่อทางรัฐเริ่มประกาศใช้มาตรการนี้ก็ทำให้ยอดผู้ป่วยเริ่มชะลอลง และมีความคงที่มากยิ่งขึ้น เพราะหากทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ก็ถือเป็นการช่วยลดการติดเชื้อในวงกว้างได้

2.ควบคุมการระบาดของโรคได้

  • Social distancing สามารถควบคุมการระบาดของโรคให้แคบลงได้ เพราะมาตรการนี้ไม่ได้ป้องกันให้คนเว้นระยะห่างออกจากกันเท่านั้น แต่ยังปิดสถานที่สำคัญ อย่างโรงเรียน ยกเลิกงานเทศกาล และยกเลิกขนส่งสาธารณะบางชนิด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายมากขึ้นกว่าเดิม และยังรณรงค์ให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบ อย่างเช่น เมืองอู่ฮั่น จุดเริ่มต้นของโรคก็มีการประกาศใช้มาตรการนี้ และปิดเมืองไม่ให้คนเข้าออก ทำให้สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ ซึ่งภายในระยะเวลา 2 เดือน เมืองอู่ฮั่นก็กลับมาเปิดเมืองตามปกติ และมียอดผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมาก

covid ควรมีเพศสัมพันธ์ไหม

ไวรัสโควิด-19 ติดต่อได้ทางไหนบ้าง

ไวรัสโคโรน่า ถือเป็นโรคระบาดที่มีการติดต่อง่ายมาก เพียงคุณมีการพูดคุยหรือพบปะกับผู้ป่วยติดเชื้อ ก็ทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะรับเชื้อมาได้ แต่หลายคนยังตั้งข้อสงสัยว่า ไวรัสตัวนี้ สามารถติดได้จากช่องทางไหนบ้าง เราจะมาอธิบายลักษณะการติดเชื้อของโรคโควิด-19 ให้ทุกคนเข้าใจกันดังต่อไปนี้

1.สัมผัสทางน้ำมูก

  • หากผู้ป่วยติดเชื้อเริ่มมีอาการ หรือถึงระยะที่เชื้อฟักตัวได้อย่างเต็มที่ ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการไอ จาม และมีเสมหะ ทำให้ผู้ป่วยที่ไม่ป้องกันตัว อาจจามหรือมีน้ำมูลกระจายไปทั่วพื้นที่บริเวณนั้นได้ และหากคุณดันเผลอไปสัมผัสโดนละอองฝอยของไวรัสที่สามารถลอยตัวอยู่บนอากาศได้นานถึง 3 ชั่วโมง ย่อมทำให้คุณเกิดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อนั่นเอง จึงควรใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

2.น้ำลาย

  • หลายคนน่าจะทราบกันดีว่าน้ำลาย คือพาหะสำคัญที่ทำให้คนติดเชื้อกันได้ง่าย ดังเหตุการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเห็นว่าผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้มีพฤติกรรม ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่ม้วนเดียวกันกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้คนที่สัมผัสน้ำลายติดเชื้อไปด้วย นั่นจึงแสดงให้เห็นว่าน้ำลาย คือสิ่งที่จะทำให้คุณติดเชื้อโรคได้แทบจะทันที ทางที่ดีควรเว้นระยะห่างในการพูดคุยกับผู้อื่น และไม่ลืมที่จะใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา อีกทั้งควรกินร้อน ช้อนใครช้อนมัน

3.เสมหะของผู้ป่วย

  • แม้จะเป็นเรื่องยากที่คุณจะมีโอกาสได้สัมผัสเสมหะของคนอื่น แต่คุณอย่าลืมว่าคนบางกลุ่มมีการถ่มน้ำลายหรือเสมหะตามที่สาธารณะ ซึ่งนั่นอาจทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายได้ และหากคุณเดินผ่านโดยที่ไม่รู้ตัว เชื้ออาจติดมาตามร่างกาย ตามแขน ตามมือ และหากคุณนำมือขึ้นมาสัมผัสที่บริเวณใบหน้า เชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกายได้ โดยผ่านเยื่อบุตา จมูก และปาก ดังนั้น จึงต้องระวังให้ดี

4.ลมหายใจ / ทางอากาศ

  • เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถลอยอยู่บนอากาศได้นานถึง 3 ชั่วโมง จึงไม่แปลกที่คุณจะมีความเสี่ยงในการรับเชื้อมาได้ ดังนั้นการซักผ้าช่วงไวรัสระบาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาทำด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ทางลมหายใจ หากคุณอยู่ใกล้กับผู้ติดเชื้อก็สามารถรับเชื้อมาได้เช่นกัน แต่อาจจะน้อยกว่าทางน้ำลาย และน้ำมูก

ช่วงโควิดควรมีเซ็กส์ไหม

ไขข้อสงสัย คนมีคู่ควรพักเรื่องบนเตียงจริงหรือไม่?

นอกจากการแยกตัวออกห่างจากสังคมแล้ว ในส่วนของคนมีคู่ที่จะต้องเดินทางไปมาหาสู่กันบ่อยๆ หรือแม้แต่คนที่อยู่ด้วยกัน ก็อาจมีคำถามสงสัยว่าแล้วในขณะที่ไวรัส Covid-19 ยังวิกฤตอยู่แบบนี้ คนมีคู่จะยังสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้อยู่ปกติหรือไม่ และถ้าอยากมีต้องทำอย่างไร ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ออกมาให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจพบว่าเชื้อไวรัสสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่เชื้อไวรัสจะติดต่อจากสารคัดหลั่งของร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ซึ่งในขณะที่กำลังมีเซ็กส์อยู่นั้นก็ต้องเกิดการใกล้ชิด หายใจรดใส่กัน รวมไปถึงการจูบและแลกของเหลวในร่างกายกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ค่อนข้างสูง 100%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนคำถามที่ว่าจะยังสามารถมีเซ็กส์ได้หรือไม่นั้น ขอตอบชัดๆ ตรงนี้เลยว่า “มีได้” หากมั่นใจว่าคู่รักของคุณไม่มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อไวรัส หรือไม่มีอาการของโรค ก็สามารถมีเซ็กส์ได้ตามปกติ แต่หากคู่รักของคุณมีความเสี่ยงหรือไปใช้ชีวิต เดินทางหรือไปทำงานในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง ก็ต้องหลีกเลี่ยงการมีเซ็กส์ไปก่อนจะดีกว่า และควรอยู่ให้ห่างกัน 1-2 เมตร เพราะในยามนี้เรื่องของสุขภาพย่อมต้องมาก่อนเหนืออื่นใด

แก้ปัญหาเรื่องเซ็กส์ช่วงโควิดยังไง ไม่ให้เสี่ยงติดเชื้อ

อย่างที่หลายคนทราบแล้วว่าหากอยากจะมีเซ็กส์อย่างปลอดภัยไม่เสี่ยงโควิด-19 คือคุณต้องแทบจะไม่โดนตัวกันเลย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องยากและอาจเป็นเซ็กส์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่อยากได้คำแนะนำหรือต้องการตัวช่วยหากเกิดอารมณ์อยากมี Sex ในช่วงวิกฤตดังกล่าว เรามีตัวช่วยดีๆ มาแนะนำกันค่ะ

1.ช่วยตัวเองไปก่อน

  • วิธีผ่อนคลายอารมณ์และปลอดภัยที่สุด เมื่อคุณต้องการมีเซ็กส์ในช่วงนี้ คือการช่วยตัวเอง ในเมื่อคุณต้องหลีกเลี่ยงในการพบปะกับผู้คน หรือคู่รักของคุณมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือรับเชื้อมาได้ ดังนั้นการช่วยตัวเอง จึงเป็นทางออกที่ดีและปลอดภัยต่อสุขอนามัยของคุณทั้งคู่อย่างมาก แถมการช่วยตัวเองยังช่วยทำให้คุณอารมณ์ดีมากขึ้นอีกด้วย

2.ใช้ Sex Toy เป็นตัวช่วยเสริม

  • เซ็กส์-ทอยส์ ถือเป็นทางเลือกในการช่วยบำบัดอารมณ์ที่ปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ยิ่งหากคุณดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ของคุณอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ไม่มีความเสี่ยงที่คุณจะรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ อีกทั้งยังมีให้ใช้ทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย สามารถผ่อนคลายอารมณ์และความต้องการได้อย่างดีเยี่ยม

สถานการณ์โควิดควรมีเซ็กส์ไหม

3.เล่น Sexphone กับคนรัก

  • วิธีนี้อาจดูค่อนข้างโรคจิต แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยสำเร็จความใคร่ได้เป็นอย่างดี และเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะสามารถช่วยสร้างความเร่าร้อนและสร้างความปลอดภัยต่อคุณและคู่รักได้ ในเมื่ออยู่ใกล้กับคนรักไม่ได้ การโทรศัพท์เพื่อพูดคุยเรื่องเซ็กส์กัน จะช่วยให้คุณทั้งคู่เกิดความตื่นเต้นและผ่อนคลายอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยให้ความต้องการของทั้งคู่ถูกปลดปล่อยออกมาได้ง่ายอีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยลอง ต้องลองสักครั้ง!

ในช่วงสถานการณ์ที่โควิด 19 กำลังระบาดเช่นนี้ อยากให้ทุกคนได้ตระหนกถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนเอง โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว ที่บางคนอาจจะต้องออกจากบ้านไปทำงานหรือเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยง แม้ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้องหรือแม้แต่คนรักสามี-ภรรยา หากเป็นไปได้ก็ควรกักตัวอยู่บ้านหรือควรพยายามแยกตัวออกมาจากผู้อื่นในครอบครัว และโดยเฉพาะการมีเซ็กส์แนะนำว่าให้งดไปก่อนในช่วงนี้ เพราะเชื้อไวรัสดังกล่าวถือว่าติดง่าย รักษายาก ใช้เวลานาน อดใจไว้ แล้วหาทางบำบัดอารมณ์บนเตียงด้วยตนเองไปก่อน เมื่อสถานการณ์โควิดผ่านไป ความสุขแบบเต็มเปี่ยมของคุณและคนรักก็จะต้องกลับมาเติมเต็มให้กันอีกครั้งได้อย่างแน่นอนค่ะ

Categories
LIFESTYLE PEOPLE & RELATIONSHIP

ไวรัสโคโรน่า กับ 5 ไอเท็มที่สาวๆ ควรพกไว้ใช้ลดความเสี่ยงเมื่ออยู่นอกบ้าน

ไวรัสโคโรน่า กับ 5 ไอเท็มที่ควรพก ไว้ใช้ลดความเสี่ยงเมื่ออยู่นอกบ้าน

( ไวรัสโคโรน่า กับ 5 ไอเท็มที่ควรพก ไว้ใช้ลดความเสี่ยงเมื่ออยู่นอกบ้าน ) เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้วที่ไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 ได้เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย และทำให้พฤติกรรมและนิสัยของคนไทยต้องเปลี่ยนไป หลายคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากยิ่งขึ้น เพราะโรคนี้สามารถติดต่อกันได้โดยง่าย หากใครที่ไม่ระวังอาจพลาดติดไวรัสโคโรน่าได้ สำหรับสาวๆ คนไหนที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานทุกวัน และยังคงกังวลเรื่องความปลอดภัยจากสภาพแวดล้อม เรามี 5 ไอเท็มที่สาวๆ ควรพกติดตัวไว้ป้องกันโรค มาบอกกันแล้วดังนี้ค่ะ

ไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 คืออะไร

ไวรัสโคโรน่า หรือชื่อที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Covid-19 เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นจากสัตว์ก่อนติดสู่คน โดยเชื้อไวรัสโคโรน่า ปัจจุบันมีถึง 6 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญในเวลานี้ จัดเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” ที่ยังไม่เคยมีการค้นพบมาก่อน และดูท่าว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดอีกด้วย

ไวรัสโควิด

โดยสถานการณ์การระบาดเริ่มขึ้นจากเมือง อู่ฮั่น ประเทศจีน นักวิชาการหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเกิดจากชาวจีนที่นิยมกินสัตว์แปลก อย่างค้างคาว และสัตว์ทะเลต่างๆ ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเป็นวงกว้างต่อไป

ไวรัส Covid-19 อันตรายแค่ไหน

ในส่วนของภาวะอันตรายนั้น ในผู้ที่ติดโรคนี้ส่วนใหญ่หากตรวจเจอเชื้อไวรัสได้เร็ว ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพไม่มากนัก เนื่องจากแพทย์ยังคงช่วยทำการรักษาเพื่อยังยั้งเชื้อโรคไม่ให้ลุกลามได้ทัน แต่หากมาตรวจตอนที่อาการหนักแล้ว อาจเสี่ยงให้เกิดอันตรายหรือเกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ดังนี้

1.ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

  • เมื่อคุณกลายเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย ไวรัสจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานอย่างไม่สมดุล ร่างกายจะเกิดการอักเสบที่ปอด หรือที่เรียกกันว่าปอดบวม โดยเกิดจากภาวะน้ำในปอดที่มากเกินไป ทำให้คุณเกิดอาการหายใจไม่สะดวก และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจจะทำให้เชื้อไวรัสค่อยๆ แพร่กระจายไปมากขึ้นเพื่อทำลายร่างกายเพิ่มขึ้นอีกได้ แต่นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว บางคนยังเชื่อว่าโคโรน่ากับผลกระทบต่อชีวิตคู่เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ อีกด้วย

2.เสียชีวิต

  • หากผู้ป่วยที่ติดไวรัสโคโรน่าเป็นผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ค่อนข้างต่ำ ร่างกายไม่แข็งแรง อาจทำให้การต่อสู้กับโรคร้ายนี้เป็นไปได้อย่างยากลำบาก และหากเชื้อทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าไปทำลายการทำงานของปอด ร่างกายก็จะค่อยๆ ถูกทำลาย ปอดเกิดการล้มเหลว และหัวใจหยุดการทำงานในที่สุด

สถาการณ์ช่วงโควิด

5 อาการหลักของไวรัสโคโรน่าที่คุณสังเกตด้วยตนเองได้

สำหรับคนที่มีความกังวลว่าตัวเองจะติดหรือไม่ อาจเป็นเพราะเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หรือมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วย รวมไปถึงคนทั่วไปที่เกิดอาการแพนิค และอยากเช็กอาการให้แน่ใจ ลองมาดูกันว่าอาการเบื้องต้นของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะมีอาการอะไรบ้าง

1.ไอ

  • เริ่มแรกของผู้ติดเชื้อจะมีอาการไอแห้ง รู้สึกเจ็บคอ และระคายคอตลอดเวลา จะมีอาการแบบนี้ อย่างน้อย 1 สัปดาห์และอาจมีปัญหาหายใจติดขัดร่วมด้วย

2.เจ็บคอ

  • อาการสำคัญของเชื้อไวรัสโคโรน่า คือการเจ็บคอ เพราะไวรัสจะทำให้หลอดลมอักเสบ เกิดการระคายคอ และมีอาการเจ็บคออย่างหนัก ใครที่มีอาการแบบนี้แล้วหายช้า หรือยังไม่หายสักที อาจเริ่มเข้าข่ายได้

3.มีไข้

  • แม้ว่าในช่วงแรกผู้ที่มีไข้ 37 – 38 ขึ้นไป จัดอยู่ในความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโควิด-19ได้ แต่ตอนนี้คนที่มีไข้ต่ำๆ แต่มีอาการไอ และเจ็บคอร่วมด้วย ก็เกิดภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ ดังนั้นใครที่มีไข้ติดกันนานๆ สลับกับไข้ขึ้นและลง อาจเข้าข่ายได้เช่นกัน

มีอาการไอ โควิด

4.น้ำมูกไหล

  • เป็นอาการที่พบได้น้อย แต่เชื้อไวรัสก็ทำให้เกิดการจามและน้ำมูลไหลได้เช่นกัน อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ของโรคโคโรน่าก็เป็นได้

5.หายใจเหนื่อยหอบ

  • สำหรับใครที่มีอาการข้างต้นเกือบทั้งหมด และมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจได้ไม่ทั่วท้อง หรือรู้สึกอัดช่วงหน้าอก ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะเชื้ออาจกำลังลุกลามเข้าปอดได้

8 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อโควิด (Covid-19)

เมื่อเช็กอาการเป็นที่เรียบร้อย หลายคนเริ่มเกิดความวิตกกังวล ไม่กล้าออกจากบ้าน และระวังตัวอย่างสุดขีด เพราะกลัวตัวเองจะไปติดเชื้อไวรัสและนำมาเป็นพาหะให้คนในบ้านได้ เพราะตอนนี้สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยจุดที่รวมเชื้อโรคต่างๆ ไว้มากมาย สำหรับคนที่ต้องออกไปทำงาน หรือสาวๆ ที่ต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ลองมาดูกันว่ามีปัจจัยเสี่ยงใดบ้าง ที่อาจทำให้คุณติดเชื้อโควิด-19 ได้ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นเคล็ดลับป้องกัน สำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องออกไปข้างนอกทุกวัน

1.การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

  • หลายคนเริ่มทำงานแบบ Work From Home แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องอาศัยขนส่งสาธารณะออกมาทำงานทุกวัน ทำให้คุณเกิดความเสี่ยงที่จะอยู่ใกล้กับผู้ติดเชื้อได้ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยคนที่ร่วมเดินทางกับเราเป็นใครมาจากไหน ดังนั้นทางป้องกัน คือคุณต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และยืนหรือนั่งเว้นระยะห่างจากผู้อื่นพอสมควร แต่หากให้ดีต้อง 1 เมตรขึ้นไป และควรพกเจลล้างมือเพื่อทำความสะอาดทันที หลังลงจากรถ

2.การซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า

  • แม้ว่าห้างสรรพสินค้าจะปิดบางส่วน แต่โซนซูเปอร์มาร์เก็ต และ โซนฟู้ดคอร์ด ยังเปิดตามปกติ ทำให้คนสามารถไปจับจ่ายซื้อของได้ และสิ่งที่คุณต้องระวังเป็นอันดับแรก คือรถเข็น ตะกร้า เพราะผ่านการใช้งานจากหลายคน อาจมีเชื้อไวรัสติดอยู่ได้ ทางที่ดีควรใส่ถุงมือใช้แล้วทิ้ง หรือใช้แอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% เช็ดทำความสะอาดก่อนหยิบใช้ หรือทางที่ดีกว่านั้น ควรเตรียมถุงผ้าหรือกระเป๋าผ้าไปเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคติดคุณกลับบ้านมาด้วยนั่นเอง

3.ลิฟต์ บันไดเลื่อน ราวบันได

  • ข้อนี้คือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนติดเชื้อได้ง่ายที่สุด แต่ก็เป็นข้อที่คนละเลยอย่างมาก อาจด้วยความเคยชินและการปรับตัวที่ต้องใช้เวลา เมื่อคุณไปในที่สาธารณะ และต้องสัมผัสกับพื้นผิวที่มีความแข็งและมันวาว อย่าง ปุ่มกดลิฟต์ ราวบันได ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะมีเชื้อไวรัสได้ เพราะเชื้อจะสามารถเกาะตัวบนสเตนเลสได้นานถึง 3 วัน ดังนั้นคุณต้องพกเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไป และหมั่นล้างมือบ่อยๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการแคะแกะเกาบริเวณใบหน้าในช่วงนี้

เล่นโทรศัพท์

4.ผักและผลไม้สด

  • สำหรับสายสุขภาพอาจต้องระวังให้ดี เพราะเชื้ออาจมาพร้อมผักและผลไม้สดได้! โดยเชื้อไวรัสอาจติดจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือผู้ที่สัมผัสผู้ป่วย มาจับที่ผักและผลไม้ อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายในบริเวณนั้นได้ ทางที่ดีคุณควรล้างผักและผลไม้ด้วยสบู่อ่อนๆ และล้างน้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อป้องกันสารตกค้าง สำหรับผลไม้ในช่วงนี้อาจเลือกกินผลไม้ที่มีเปลือก เพราะสามารถปอกเปลือกที่มีเชื้อโรคติดอยู่ออกได้ และที่สำคัญควรใช้ความร้อนในการปรุงอาหารเพื่อฆ่าเชื้อต่างๆ

5.โทรศัพท์มือถือ

  • ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ โทรศัพท์มือถือ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งอวัยวะของใครหลายๆ คน เพราะต้องมีการใช้งานแทบจะตลอดเวลา ทำให้มีโอกาสที่คุณจะสัมผัสเชื้อไวรัสหรือเชื้อโรคต่างๆ และมาสัมผัสบริเวณหน้าจอโทรศัพท์ได้ ยิ่งใครที่ต้องออกจากบ้านทุกวัน ยิ่งมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นคุณควรพกผ้าเช็ดแอลกอฮอล์ และหมั่นทำความสะอาดหน้าจออย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้

6.การจ่ายเงิน

  • เงิน คือสิ่งที่คุณต้องใช้ในการดำเนินชีวิตทุกวัน เพราะเงินสดจะถูกสัมผัสจากใครหลายคนและหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านกันตลอดเวลา คุณจึงไม่มีทางทราบได้เลยว่าธนบัตรหรือเหรียญที่คุณใช้มีเชื้อไวรัสติดมาหรือไม่ ทางที่ดีคุณควรมีธุรกรรมออนไลน์ หรือใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต ในการจ่ายเงินแทน จะช่วยให้คุณเกิดความเสี่ยงที่จะสัมผัสผู้อื่นน้อยกว่า แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรพกเจลล้างมือและหมั่นทำความสะอาดมือของคุณ หลังจากการรับหรือใช้จ่ายเงิน

5 ไอเท็มที่ควรพกไว้ใช้ลดความเสี่ยง เมื่ออยู่นอกบ้าน

หลายคนที่มีความจำเป็นต้องออกไปข้างนอกทุกวัน ซึ่งเมื่อได้ทราบถึงปัจจัยเสี่ยงและข้อระมัดระวังเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่ากันไปแล้ว อาจเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ง่ายขึ้น เพราะทุกวันนี้จะออกไปข้างนอกแต่ละทีต้องใส่ชุดเหมือนเตรียมพร้อมออกไปรบ ดังนั้นคนที่ต้องออกจากบ้านเป็นประจำ ควรมีการเตรียมความพร้อม โดยการพกพาสิ่งของป้องกันต่างๆ ลองมาดูกันว่าไอเท็มอะไรบ้างที่จะช่วยคุณให้รอดพ้นจากไวรัสโคโรน่านี้ได้

เจลล้างมือแอลกฮอล์

1.หน้ากากอนามัย / หน้ากากอนามัยแบบผ้า

  • เริ่มกันที่สิ่งแรกที่จะช่วยป้องกันคุณจากไวรัสโควิด-19 ได้เกือบ 99.99% คือหน้ากากอนามัย คุณควรสวมใส่ตลอดเวลาเมื่อต้องออกมาข้างนอก แต่ช่วงนี้หน้ากากอนามัยอยู่ในภาวะขาดแคลน หลายคนจึงเริ่มหันมาใส่หน้ากากผ้ามากขึ้น เพราะสามารถซักใส่ซ้ำได้ แถมประหยัดเงินอีกด้วย เนื่องจากเชื้อไวรัสอยู่รอบๆ ตัวคุณ ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงให้คุณได้ และยังช่วยป้องกันการแพร่เชื้ออีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมพกหน้ากากอนามัยติดตัวไว้ ปลอดภัยแน่นอน

2.แอลกอฮอล์เจลล้างมือ 70%

  • สำหรับสาวๆ ที่ต้องออกนอกบ้านเป็นประจำ นอกจากหน้ากากอนามัยแล้ว เจลล้างมือคือของจำเป็นไม่แพ้กัน เพราะสภาพแวดล้อมคุณอาจเต็มไปด้วยไวรัส ยิ่งหากคุณเดินทางไปห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะ เจลล้างมือจะช่วยทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไวรัสที่มือคุณได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่ห่วงเรื่องความปลอดภัยและความสะอาด คุณสามารถใช้เจลล้างมือเช็ดทำความสะอาดในจุดต่างๆ เช่น ที่จับประตู รถ โทรศัพท์ หรือลูกบิดประตูได้อีกด้วย ถือเป็นไอเท่มสำคัญที่คุณสาวๆ ต้องมีติดตัวไว้

3.ทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์ / สเปรย์แอลกอฮอล์

  • สำหรับสาวๆ ที่มองว่าเจลล้างมือเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการป้องกัน ทิชชูเปียกผสมแอลกอฮอล์ 70% คือของที่คุณไม่ควรพลาด เพราะพกพาง่าย ใช้สะดวก แถมเอาไว้เช็ดฆ่าเชื้อจุดต่างๆ โดยเฉพาะ ไม่ต้องเปลืองเจลล้างมืออีกด้วย นอกจากนี้สเปรย์แอลกอฮอล์ ก็ช่วยให้คุณสะดวกมากขึ้น เช่นกัน สำหรับคนที่ต้องไปในที่สาธารณะ พกสเปรย์อาจป้องกันได้ดีกว่า เพราะสามารถฉีดบริเวณจุดที่คุณต้องสัมผัสและฆ่าเชื้อได้อย่างทันที ทำให้คุณปลอดภัย สบายใจหายห่วง

4.แฮนด์ครีม

  • เรื่องความสวยความงาม คือสิ่งที่มาคู่กับสาวๆ เมื่อคุณต้องใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือที่มีความเข้มข้นสูงเป็นประจำ อาจทำให้ผิวของมือนั้นแห้งกร้าน หรือบางคนรุนแรงกว่านั้นผิวอาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ ดังนั้นคุณสาวๆ ต้องหมั่นดูแลสุขภาพผิวของตัวเอง ด้วยการใช้แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และคืนความอ่อนโยนสู่ผิว ส่วนใครที่ผิวแพ้ง่ายให้ลองใช้แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้และกลีเซอลีน จะช่วยถนอมผิวคุณได้ดีกว่า

ปรอทวัดไข้

5.ปรอทวัดไข้ / ปรอทวัดไข้อินฟราเรด

  • ปิดท้ายสำหรับสาวๆ ที่มีนิสัยชอบแพนิค มักคิดเสมอว่าตัวเองติดโรคโควิด-19 และต้องมีเครื่องป้องกันไวรัสไว้ใกล้ๆ ตัว เพราะจะช่วยให้รู้สึกอุ่นใจ และคลายความกังวลได้ นอกจากหน้ากากอนามัย ปรอทวัดไข้ คือสิ่งที่คุณต้องมีติดบ้านไว้! หรือยิ่งใครที่เป็นคนป่วยง่าย อาจพกติดตัวไว้เพื่อเช็กอาการตลอดเวลา เพราะไข้ คืออาการสำคัญของโรค ดังนั้นหากคุณรู้สึกไม่ดี คล้ายจะมีไข้ การเช็กอาการและทราบผลอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้คุณป้องกันตัวได้อย่างถูกต้อง และหากอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จะได้พบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

สิ่งที่ควรปฏิบัติ เมื่อกลับมาถึงบ้านเพื่อลดความเสี่ยงกับคนในครอบครัว

สำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้าน และกังวลว่าตัวเองจะกลายเป็นพาหะที่นำเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้ามาติดสู่คนในครอบครัวหรือไม่ เรามีสิ่งที่คุณต้องปฏิบัติทันทีเมื่อถึงบ้าน หลังจากออกไปข้างนอกมาบอกกัน เพื่อเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณปกป้องคนที่คุณห่วงใย ได้อย่างถูกต้อง

1.ถอดหน้ากากอนามัยทิ้งอย่างเหมาะสม

  • เมื่อคุณออกไปทำงานข้างนอก ต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำให้เชื้อโรคอาจมีการสะสมภายในแมสก์ได้ ถึงแม้ว่าหน้ากากอนามัยจะสามารถใส่ซ้ำได้ แต่หากคุณใส่ตลอดทั้งวัน ควรนำหน้ากากอนามัยม้วนใส่ถุงแล้วนำไปทิ้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค แต่หากเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้า ให้รีบซักแยกทันที และที่สำคัญแมสก์ผ้าจะสะสมเชื้อโรคได้ง่ายกว่า ดังนั้นคุณไม่ควรใส่แมสก์ผ้าตลอดทั้งวัน โดยควรสลับเปลี่ยนใส่หลายๆ อัน

ทิ้งหน้ากากอนามัย

2.เก็บเสื้อคลุมแยกจากตู้เสื้อผ้า

  • เสื้อคลุมที่คุณใส่ไปทำงาน หรือใส่ออกไปด้านนอก อาจนำเชื้อไวรัสโควิด-19 ติดเข้ามาในบ้านด้วย ฉะนั้น วิธีซักผ้าช่วงไวรัสระบาดก็สำคัญเช่นกัน ทางที่ดีควรหาราวแขวนแยก หรือแขวนไว้ที่ประตู ไม่นำมาปะปนกับเสื้อผ้า เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ แต่ทางที่ดีในระยะนี้ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ ควรเปลี่ยนชุดทุกวัน และนำเสื้อผ้าที่ใส่มาทั้งวันซักทันที เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและสุขอนามัยที่ดีในครอบครัว

3.ล้างมือทันที

  • มือ คืออวัยวะในร่างกายที่สะสมเชื้อโรคไว้มากที่สุด ดังนั้นเมื่อถึงบ้านจงรีบไปล้างมือโดยด่วน โดยล้างให้ครบทุกนิ้ว ถูให้ละเอียดตามซอกนิ้ว ซึ่งจะใช้เวลา 30 – 45 วินาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้มือของคุณสะอาดและปราศจากเชื้อโรคได้อย่างแน่นอน คุณสามารถดูวิธีการล้างมืออย่างถูกต้องได้ที่บทความ การล้างมือให้ปราจากเชื้อโรค

4.อาบน้ำ

  • เมื่อเสร็จภารกิจจากข้างนอก กลับบ้านมาควรรีบอาบน้ำทันที เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย รวมไปถึงเชื้อไวรัสต่างๆ โดยการใช้สบู่ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ใครที่มีนิสัยไม่ชอบอาบน้ำ อาจต้องปรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นเชื้อโรคจะติดตามตัว และส่งผลให้คุณมีความเสี่ยงได้

อาบน้ำ-โควิด

ไวรัสโคโรน่า ถือเป็นโรคระบาดที่เปลี่ยนพฤติกรรมคนอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด คือทุกคนรักสุขภาพและหันมาห่วงใยคนใกล้ตัวมากขึ้น ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่าต้องออกนอกบ้าน อย่าลืมป้องกันตัวเองให้ดี ส่วนสาวๆ คนไหนที่ชอบไปในที่คนเยอะๆ อย่าลืมพก 5 ไอเท็มสำคัญที่เราแนะนำ จะช่วยป้องกันคุณจากไวรัสได้อย่างแน่นอน อีกทั้งช่วยเพิ่มความสบายใจ และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น