ตกงาน ทำไงดี?! 5 ทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19

herworldthai-cover (44)
ยุคนี้ถือว่าเป็นไปอย่างน่ากลัวทั้งเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงจนทำให้คนตกงานเพิ่มสูงวันนี้เราได้มี 5 ทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19 มาบอกกับคนที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่

ตกงาน ทำไงดี?! 5 ทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19

( ตกงาน ทำไงดี?! 5 ทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19 )สถานการณ์ต่างๆ ในยุคนี้ถือว่าเป็นไปอย่างน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงจนทำให้เกิดภาวะการตกงานและว่างงานเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ทั้งเด็กจบใหม่และผู้ที่เป็นวัยทำงานต่างต้องเผชิญปัญหาเรื่องการหางานที่หาได้ยากขึ้นในทุกๆ วัน ทั้งยังต้องมาเผชิญกับสถานการณ์โควิด 19 โรคติดต่อร้ายแรงที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ จึงทำให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตกงานต้องวิตกกังวลกันมากกว่าเดิม ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาทางรอดในช่วงหลากหลายสถานการณ์ที่รุมเร้าอยู่ ลองมาอ่านบทความนี้เพื่อให้คุณได้มองเห็นทางรอดกันมากยิ่งขึ้น

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ ทำงานอยู่บ้าน ทำอะไรดี? 10 วิธีอยู่ในบ้าน เมื่อต้อง work from home

คนตกงานช่วงโควิด

สถานการณ์โควิด-19 คืออะไร ทำไมถึงก่อผลกระทบกับคนทำงาน

สถานการณ์โควิด-19 คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่เป็นการระบาดจากคนสู่คนอย่างรวดเร็ว ผ่านทางสารคัดหลั่งต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะการจาม การไอ และน้ำมูกที่ถือว่าเป็นสารคัดหลั่งอันตรายสามารถติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้ง่ายที่สุด โดยเชื้อนี้อยู่ในอากาศได้นานหลายนาทีและเกาะอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นวัสดุและอุปกรณ์ได้นานกว่า 8-12 ชั่วโมง และสามารถอยู่ในอากาศหนาวหรืออุณหภูมิติดลบได้นานถึง 1 เดือน เมื่อติดเชื้อโควิด-19 แล้วจะคล้ายเป็นไข้หวัดทั่วไปแต่อาการจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเชื้อไวรัสทำลายปอดและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มียารักษาและป้องกันโรคได้ เพียงแต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและภูมิคุ้มกันที่ดีก็สามารถติดเชื้อได้ เพียงแต่จะหายเร็วกว่าและการรักษาจะง่ายกว่าอีกด้วย

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคร้ายแรงต่างๆ มาอยู่แล้ว รวมไปถึงผู้สูงอายุที่ติดเชื้อแล้วจะเสียชีวิตได้ง่ายกว่าคนในวัยอื่นๆ ซึ่งสถานการณ์นี้รุนแรงขึ้นเมื่อพบว่ามีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ทั่วโลกและในบางประเทศสถานการณ์โควิด-19 รุนแรงมากจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนหลายพันคนในระยะเวลาที่รวดเร็ว จึงทำให้กลายเป็นสถานการณ์ที่คนทั่วโลกต่างหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากและกลายมาเป็นผลกระทบใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกต้องหยุดชะงักไปด้วย

สำหรับในประเทศไทยแล้วถือว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ร้ายแรงมากนัก แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดที่มากจนเกินไป ดังนั้น ทางภาครัฐจึงมีมาตรการป้องกันและรับมือที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชนและประชาชนในการหยุดอยู่บ้านหรือการทำงานแบบ Work from home เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์เพื่อให้ใช้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือแอลกอฮอล์และเจลฆ่าเชื้อ รวมไปถึงการให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันตัวเองจากเชื้อโควิดอยู่เสมอ และยังมีการรายงานผลของสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดความตึงเครียดและเป็นการสื่อสารกับประชาชนในประเทศให้ได้รู้เท่าทันต่อสถานการณ์โควิด-19 พร้อมทำให้ทุกคนได้ตระหนักว่าสถานการณ์นี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีถ้าร่วมมือกัน

สิ่งที่ต้องทำ เมื่อตกงานในยุคโควิด-19

หลังจากต้องตรากตรำทำงานมานาน แต่อยู่ดีๆ กลับได้รับซองขาวจากทางบริษัทแล้วกลายเป็นคนตกงานแบบกะทันหัน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออาจจะทำให้คุณรู้สึกสับสนและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครและไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไปควรจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำเป็นเรื่องแรก คือ ตั้งสติให้ดีแล้วลองวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอนว่าหลังตกงานคุณควรทำอย่างไรต่อไป จึงขอแนะนำวิธีจัดการตัวเองหลังรู้ว่าตกงานดังต่อไปนี้

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ โควิด19 หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ทำงานที่บ้านได้ง่ายๆ ด้วย 7 แอพ

5 ทางรอดตกงานช่วงโควิด

1.สำรวจดูสิทธิ์ของตัวเอง

เรื่องแรกที่ควรทำ คือ การตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองกับทางบริษัท ลองตรวจดูว่าการตกงานครั้งนี้ของคุณเป็นไปตามเงื่อนไขใด ถ้าเป็นการถูกเลิกจ้างแบบกะทันหันคุณมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินค่าชดเชยการถูกเลิกจ้าง หรือถ้าบริษัทต้องปิดตัวลง คุณก็ต้องได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาต่างๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถทวงถามถึงกองทุนเงินสำรอง, เงินสะสม, เงินประกันสังคม และเงินชดเชยต่างๆ ที่คุณมีสิทธิ์ได้รับจากทางบริษัทอีกด้วย ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้ผ่านเลยไป ยิ่งถ้าเป็นการโดนเลิกจ้างแบบคุณเองก็ตั้งตัวแทบไม่ทันคุณยิ่งต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเองให้มาก ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเสียสิทธิ์ประโยชน์ของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย

2.รีบแจ้งประกันสังคม

เรื่องต่อมาที่คุณควรรีบทำเช่นกัน คือ การแจ้งไปยังประกันสังคม เพื่อทำให้คุณได้รับสิทธิ์ของประกันสังคมในเรื่องการว่างงานด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชดเชยรายเดือนและสิทธิประโยชน์ของภาครัฐในกรณีการว่างงาน ซึ่งเงินในส่วนที่คุณได้รับมานี้จะช่วยทำให้คุณยังสามารถใช้ชีวิตในช่วงที่รองานใหม่ได้อย่างไม่ยากลำบากมากนัก

3.จัดระเบียบความคิดและอารมณ์

หลังต้องออกจากงาน คนส่วนใหญ่มักจะเกิดความรู้สึกวิตกกังวลสูง มีความเครียด และรู้สึกสับสน รวมไปถึงความท้อแท้และสิ้นหวัง ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำ คือ การจัดระเบียบความคิดและอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ไม่ควรเสียใจหรือรู้สึกท้อแท้มากจนเกินไป ที่สำคัญคือไม่ควรตำหนิทั้งตัวเองและคนรอบข้าง อย่าจมอยู่กับความรู้สึกผิดหรือความรู้สึกเสียใจต่างๆ มากเกินเหตุ เพราะอาจจะทำให้คุณกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ ทางที่ดีที่สุดคือดำเนินการทั้งเรื่องการเรียกร้องสิทธิ์ของคุณกับบริษัทและจัดการเรื่องประกันสังคมให้เรียบร้อย จากนั้นให้คุณพักสมองอยู่บ้าน, ดูซีรีส์เพื่อความผ่อนคลาย, ออกกำลังกาย, หางานอดิเรกทำอย่างเพลิดเพลิน หรือนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการชาร์จพลังงานก่อนเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ต่อไป

5 ทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19

สำหรับผู้ที่ต้องตกงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 คุณอาจจะกำลังรู้สึกเครียดมากขึ้น เพราะคุณต้องเผชิญปัญหาแบบคูณ 2 นอกจากจะต้องตกงานในช่วงที่งานหายากแล้ว ยังต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ จึงอาจทำให้การหางานของคุณยากมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นลองดูหาทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19 ดังนี้

1.ลงทะเบียนรับสิทธิ์ทดแทนว่างงาน

เมื่อรู้ว่าตกงานคุณต้องรีบไปลงทะเบียนผู้ว่างงานกับทางประกันสังคม เพื่อทำเรื่องรับเงินชดเชยแบบรายเดือน ในส่วนนี้คุณต้องรีบทำทันทีเพราะระยะเวลาของการลงทะเบียนและการดำเนินการต่างๆ จะมีเพียงแค่ 30 วันหลังจากที่คุณตกงาน  ดังนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องแรกที่คุณจะต้องดำเนินการก่อนเรื่องอื่นๆ โดยให้คุณดูว่ามีการจ่ายเงินประกันสังคมเกินกว่า 6 เดือนหรือไม่ เพราะถ้าต่ำกว่าจะไม่สามารถรับเงินในส่วนนี้ได้ ที่สำคัญคือคุณต้องดูด้วยว่าการตกงานของคุณนั้นเป็นไปด้วยความผิดตามกฎหมายหรือไม่

ถ้าผิดก็ไม่สามารถรับเงินส่วนนี้ได้และคุณจะต้องมีการไปรายงานตัวกับทางเจ้าหน้าที่จัดหางาน 1 ครั้งต่อเดือนเป็นขั้นต่ำ จากนั้นคุณจึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีว่างงานและได้รับเงินชดเชยการว่างงานในกรณีที่คุณถูกเลิกจ้างเป็นระยะเวลากว่า 180 วัน ด้วยอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่คุณได้ และจะคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำที่คุณจ่ายมาในทุกๆ เดือน โดยจะอยู่ที่เดือนละ 1,650 บาท และฐานของเงินสมทบจะสูงสุดที่ไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งทางประกันสังคมจะจ่ายกลับคืนให้สูงสุดที่ไม่เกินเดือนละ 7,500 บาท

คนตกงานสูงขึ้น ช่วงโควิด

แต่ถ้าเป็นกรณีที่คุณลาออกเองหรือมีการสิ้นสุดสัญญาว่าจ้าง คุณจะได้รับเงินทดแทนที่ไม่เกินไปกว่า 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างที่คุณได้รับ  ส่วนการลงทะเบียนนั้นคุณสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ การไปลงทะเบียนเองที่ประกันสังคมใกล้บ้านคุณและการลงทะเบียนผ่านรูปแบบออนไลน์บนเว็บไซต์ www.sso.go.th จากนั้นทำการกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คุณกดรับรองและยืนยันข้อความพร้อมกด submit อีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบขั้นตอนของการลงทะเบียนรับเงินผู้ว่างงานที่ถือว่าง่ายดาย สะดวก และรวดเร็ว

2.ติดตามโครงการต่างๆ ของรัฐ

ช่วงสถานการณ์โควิด ภาครัฐมีการคิดทำโครงการต่างๆ ที่จะประกาศออกมาเพื่อรองรับต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ในหลายรูปแบบ ดังนั้นให้คุณติดตามโครงการรัฐที่จะประกาศออกมาอยู่เสมอ เพื่อทำให้คุณได้รับเงินช่วยเหลือที่อาจจะช่วยต่อชีวิตของคุณในช่วงตกงานได้มากขึ้น

3.เลือกงานที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ช่วงที่คุณต้องการหางานใหม่ให้คุณลองเลือกงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดไม่มากนัก เช่น งานที่สามารถทำได้ที่บ้าน โดยให้คุณดูประกาศรับงานที่เน้นการทำงานแบบ Work from home มีการประชุมผ่านโปรแกรมแชทต่างๆ  และมีการติดต่อกันผ่านโปรแกรมแชททั้งหมด เพื่อทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานน้อยที่สุดและไม่ต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย

4.หารายได้เสริมไปก่อน

ถ้าคุณยังหางานหลักไม่ได้ ให้คุณลองหารายได้เสริมทำไปก่อน เพราะอย่างน้อยยังเป็นการหารายได้แบบเล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋าและจะทำให้คุณรู้สึกไม่เครียดมากจนเกินไปอีกด้วย โดยให้คุณเลือกงานที่ไม่ต้องลงทุนมากหรือใช้ความสามารถที่คุณมีเป็นหลัก เช่น การแปลงานเขียนและเอกสารต่างประเทศ, งานสอนพิเศษเด็กหรือสอนงานที่คุณทำอยู่, งานพาร์ทไทม์ต่างๆ หรือรับเป็นงานกราฟิกแบบ Freelance เป็นต้น ซึ่งงานเหล่านี้คุณสามารถหาทำได้ง่าย แม้ว่าจะไม่ใช่งานหลักแต่ก็ถือว่ายังสร้างรายได้และถ้าคุณทำแล้วเกิดรุ่ง คุณก็อาจจะได้อาชีพใหม่ที่สร้างรายได้งดงามมากกว่างานหลักอีกด้วย

5 ทางรอดของคนตกงานยุคโควิด-19

5.จัดระเบียบการเงิน

เรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด! เมื่อคุณเริ่มตกงานคุณต้องจัดระเบียบทางการเงินให้ดีที่สุด ถ้าคุณยังมีหนี้สินอยู่ คุณต้องคำนวณดูว่าเงินที่คุณเหลืออยู่นั้นสามารถจ่ายหนี้สินได้มากสุดที่จำนวนเท่าไหร่ โดยเงินในจำนวนนี้จะต้องไม่เบียดเบียนเงินใช้จ่ายประจำวันมากเกินไป ถ้าเงินใช้หนี้มีไม่พอคุณควรติดต่อกับทางเจ้าหนี้ทันทีเพื่อทำการประนอมหนี้  ให้คุณระบุอย่างชัดเจนว่าตัวเองกำลังตกงานและยังไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้

โดยอาจจะขอให้ทางเจ้าหนี้พักหนี้ไว้ก่อนหรือผ่อนชำระในจำนวนที่น้อยลง และยืดเวลาออกไปให้มากขึ้นจนกว่าคุณจะได้งานใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ รายจ่ายพิเศษหรือรายจ่ายสิ้นเปลืองอื่นๆ ควรตัดออกและถ้ายังใช้บัตรเครดิตอยู่ให้คุณยกเลิกบริการทันที วิธีเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตในช่วงตกงานได้อย่างไม่รู้สึกกังวลมากเกินไป ทั้งยังทำให้ทางเจ้าหนี้หรือธนาคารได้เห็นถึงความรับผิดชอบที่แม้จะตกงาน แต่ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจที่ต้องการจะชำระหนี้ต่อไปอีกด้วย

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องตกงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 คุณสามารถนำความรู้จากภายในบทความนี้ไปใช้กับการแก้ไขปัญหาเรื่องการว่างงานของคุณได้ เพื่อที่คุณจะได้มีทางออกที่ดีและไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะแม้จะตกงานในช่วงวิกฤตนี้ แต่เชื่อว่าในวิกฤตก็อาจจะยังมีโอกาสอะไรดีๆ แฝงอยู่เสมอ เช่น อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คุณได้มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น ในส่วนของรายได้เสริมก็อาจจะหาทำงานพิเศษผ่านทางออนไลน์ตามสไตล์ที่ถนัดไปก่อน เชื่อว่าไม่นานคุณจะต้องก้าวข้ามสถานการณ์โควิด 19 นี้ไปได้อย่างแน่นอนค่ะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

Leave a Reply

Related Posts