หน้ากากอนามัยแบบผ้าดีไหม? วัสดุแบบไหนป้องกันโควิด-19 ได้จริง

herworldthai-cover (41)
เชื่อว่าตอนนี้หลายคนใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้ากันมากขึ้น แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่าสามารถป้องกันได้จริงใช่ไหม วันนี้เราไปไขข้อสงสัยกับ หน้ากากอนามัยแบบผ้าดีไหม ?

หน้ากากอนามัยแบบผ้าดีไหม? วัสดุแบบไหนป้องกันโควิด-19 ได้จริง

( หน้ากากอนามัยแบบผ้าดีไหม ?วัสดุแบบไหนป้องกันโควิด-19 ได้จริง )ในภาวะที่ไวรัสโคโรน่าสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกสารทิศ หน้ากากอนามัย คืออุปกรณ์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และกลายเป็นของราคาแพงและหาซื้อยากอย่างมาก ทำให้หลายคนเริ่มทำหน้ากากผ้าใช้เอง เพื่อป้องกันตัวจากเชื้อไวรัสเมื่อต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าหน้ากากอนามัยแบบผ้า จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้ดีเหมือนหน้ากากอนามัยหรือไม่ จะใช้ทดแทนกันได้จริงหรือ เราไปไขข้อสงสัยนี้กันเถอะ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน แฮนด์ครีม ยี่ห้อไหนดี 10 ยี่ห้อ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว 

หน้ากากผ้า

หน้ากากอนามัยแบบผ้าดีไหม?

เชื่อว่าตอนนี้หลายคนประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย จนต้องหาซื้อหน้ากากอนามัยแบบผ้ามาใช้ก่อน เพราะมีความเข้าใจว่าหน้ากากอนามัยแบบผ้าก็สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ซึ่งความเชื่อนั้น ถือเป็นความเชื่อที่ “ถูกต้อง” หน้ากากอนามัยแบบผ้าสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ แต่แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่อาจไม่ถึง 100% โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยข้อมูลว่า คนทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการป่วย ร่างกายแข็งแรงสุขภาพดี สามารถใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้าในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ เพราะมีต้นทุนที่ถูก และสามารถป้องกันละอองจากไวรัสได้

ที่สำคัญยังสามารถซักแล้วใส่ซ้ำได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณขยะลงได้ ลองคิดดูหากคนนับล้านพร้อมใจกันทิ้งหน้ากากอนามัยทุกวัน จะเกิดขยะมากมายมหาศาลขนาดไหน นอกจากนี้ประชาชนทุกคนยังสามารถทำหน้ากากอนามัยแบบผ้าเองได้ โดยการใช้ผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้ามัสลิน และผ้าสาลูในการตัดเย็บ

ข้อนี้จึงสรุปได้ว่าคุณสามารถใช้แมสก์แบบผ้าทดแทนหน้ากากอนามัยได้ เพียงแค่คุณต้องหมั่นล้างมือให้สะอาด และทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยเมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากออกไปข้างนอกมา

วัสดุในการผลิตหน้ากากผ้าแบบไหนที่ช่วยป้องกัน Covid-19 ได้จริง

เมื่อได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า หน้ากากอนามัยแบบผ้าสามารถใช้ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริงและทุกคนสามารถทำหน้ากากอนามัยแบบผ้าขึ้นเองได้ ทำให้หลายคนเริ่มคิดที่จะทำแมสก์ผ้าขึ้นเอง เพราะประหยัดเงิน อีกทั้งหน้ากากอนามัยตามท้องตลาดในเวลานี้ ยังขายโก่งราคากันเป็นจำนวนมาก ทำให้การทำหน้ากากอนามัยแบบผ้า ตอบโจทย์มากที่สุด แต่ปัญหาที่หลายคนพบ คือไม่ทราบว่าจะใช้วัสดุและเนื้อผ้าแบบไหนที่เหมาะสมต่อการป้องกันโรคโควิด-19 เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเนื้อผ้า ที่จะช่วยให้คุณป้องกันโรคระบาดครั้งนี้ได้

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน ล้างมือบ่อยๆ สำคัญอย่างไร

คนใส่หน้ากากป้องกันโควิด

1.ผ้ามัสลิน 2 ชั้น

  • ผ้ามัสลินเป็นผ้าที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ แนะนำว่าสามารถป้องกันโควิด-19 ได้ดีที่สุด เนื่องจากผลิตจากใยฝ้าย 100% โดยเป็นเนื้อผ้าที่มีความละเอียดอย่างมาก สามารถระบายอากาศได้ดี น้ำหนักเบา และที่สำคัญไม่ระคายเคืองผิวหนังอีกด้วย ทำให้หลายคนจึงเลือกผ้ามัสลินมาใช้ในการทำแมสก์ผ้า เพราะมีเส้นใยที่สามารถป้องกันอนุภาคเล็กๆ เช่น ละอองฝอยที่อาจมีเชื้อไวรัสปนมา รวมไปถึงเชื้อโรคต่างๆ อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ง่าย สามารถซักใช้ซ้ำได้มากกว่า 100 ครั้งผ้ามัสลิน จึงนำมาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับวัสดุที่ใช้ในการทำหน้ากากอนามัยแบบผ้านั่นเอง

2.ผ้าฝ้ายผสมโพลิเอสเตอร์ (Thammask)

  • ผ้าฝ้ายผสมโพลิเอสเตอร์ (Cotton-Silk) เป็นผ้าที่ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นคนคิดค้นขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ประสบปัญหา การขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยใช้แนวคิดที่จะทำหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ ไม่ดูดซ้ำความชื้น และป้องกันการแพร่เชื้อได้อย่างดี โดยทำการทดลองและทดสอบความคงทนของเส้นใย “ผ้าฝ้ายผสมโพลิเอสเตอร์” แล้วพบว่ามีเส้นใยที่เหมาะสม สามารถป้องกันเชื้อไวรัสและฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างดี อีกทั้งยังสามารถต้านโมเลกุลของน้ำที่จะแทรกผ่านผ้าเข้าไปได้

3.ผ้าเจอร์ซี่นิต (Jersey Knit)

  • หลายคนน่าจะไม่เคยได้ยินผ้าเจอร์ซี่นิต หรือผ้ายืด (มีความคล้ายกับผ้าที่นำไปทำเป็นเสื้อยืด) เพราะหาได้ยากในเวลานี้ ลักษณะของผ้าจะคล้องกันเป็นห่วงตลอดทั้งผืน โดยพื้นที่ผ้าด้านหน้าจะมีทรงเป็นแนวตั้ง ส่วนผ้าด้านหลังจะเป็นห่วงแนวนอน โครงสร้างโดยรวมเป็นผ้าถัก มีความยืดหยุ่นสูง สวมใส่สบาย ที่สำคัญมีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและไวรัสโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะอากาศของประเทศไทยในช่วงนี้ที่ร้อนอบอ้าว การเลือกใช้ผ้าเจอร์ซี่นิตในการทำหน้ากากอนามัยแบบผ้า ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก

4.ผ้าสาลู 3 ชั้น

  • ปิดท้ายด้วยผ้าสาลู ผ้าที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงกระทรวงสาธารณสุข บอกว่าสามารถใช้ทำเป็นหน้ากากอนามัยแบบผ้าได้เช่นเดียวกับผ้ามัสลิน เพราะผ้าสาลูมีคุณสมบัติที่เส้นใยผ้าเล็ก หากยิ่งซักบ่อยๆ จะยิ่งเล็กลงขึ้นเรื่อยๆ จนเส้นใยเหลือขนาดเพียง 1 ไมครอน ซึ่งไวรัสโคโรน่า โดยมีการแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยเล็กขนาด 5 ไมครอน ผ้าสาลูจึงสามารถป้องกันได้ แต่ทางที่ดีควรใช้ผ้าสาลู 2-3 ชั้นในการตัดเย็บ ไม่เช่นนั้น หากใช้แบบชั้นเดียวก็อาจจะขาดง่ายและคุณภาพของหน้ากากอนามัยก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมการใช้ผ้าแบบ 2-3 ชั้นยังสามารถช่วยกันละอองและเชื้อโรคได้ดีกว่าชั้นเดียวอีกด้วย

หน้ากากผ้าป้องกันโควิดได้ไหม

หน้ากากอนามัยแบบไหน ที่ไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้

ในเวลานี้มีหลายคนไม่มีหน้ากากอนามัยให้ใช้ เพราะแทบไม่มีขายตามท้องตลาด ถึงมีก็เป็นราคาที่สูงมากจนเกินไป ทำให้หลายคนเลือกใช้แมสก์ที่ผิดหลักการแพทย์ และมีหลายแมสก์ในเวลานี้ที่ไม่สามารถกันเชื้อโรคได้จริง แต่คนส่วนใหญ่กลับยังเลือกใช้อยู่ เพราะสะดวกและมีราคาถูก ลองมาดูกันดีกว่า ว่ามีหน้ากากแบบไหนบ้าง

1.หน้ากากฟองน้ำ

  • หน้ากากฟองน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้ากากที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้กันมาก เพราะมีดีไซน์ที่สวยงาม เพิ่มความเท่และความมีสไตล์อย่างเห็นได้ชัด แต่คุณรู้หรือไม่! หน้ากากฟองน้ำแทบไม่ช่วยอะไรคุณจากไวรัสโควิด-19 ได้เลย ยิ่งหากคุณโดนคนไอ หรือจามใส่ เท่ากับคุณได้เชื้อไป 100% เต็มๆ เพราะหน้ากากฟองน้ำป้องกันได้เต็มที่ เพียงละอองน้ำลาย และฝุ่นควันจากมลภาวะตามท้องถนน เกสรดอกไม้ และรังสียูวี แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสขนาดเล็กได้

2.หน้ากากผ้าสปันบอนด์

  • ผ้าที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำว่าไม่ควรใช้อย่างยิ่ง คือ “ผ้าสปันบอนด์” หรือผ้านอนวูเว่น (Nonwoven) เนื่องจากไม่ใช่ผ้าจริงๆ แต่เป็นใยสังเคราะห์พลาสติกที่ไม่ผ่านกระบวนการถักทอ แต่ใช้วิธีการฉีดเส้นใยที่กำลังร้อนและสานต่อกันไปมา เพื่อให้มีลักษณะเหมือนผ้า ถึงแม้ว่าเจ้าผ้าสปันบอนด์จะมีหลายเกรดหลายคุณภาพ แต่ร้านค้าส่วนใหญ่กลับเลือกผ้าสปันบอนด์คุณภาพที่ใช้ทำกระเป๋าผ้า มาผลิตเป็นแมสก์ ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นหน้ากากอนามัยที่ไม่มีคุณภาพ เมื่อซักจะมีการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว แถมยังมีไมโครพลาสติกหรือสารก่อมะเร็งอีกด้วย

ข้อดีของการใช้หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพ

เวลานี้ไอเท็มที่หลายคนต้องพกติดตัวตลอดเวลา และกลายเป็นของล้ำค่าอย่างมาก ก็คือหน้ากากอนามัยทั้งแบบแพทย์ที่ทางการแพทย์นิยมใช้และแบบผ้า เพื่อช่วยป้องกันตัวเองจากไวรัส และเชื้อโรคต่างๆ รวมไปถึงมลพิษบนท้องถนน ซึ่งหากคุณใส่หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพ ก็ย่อมช่วยสร้างเกราะป้องกันคุณจากสิ่งเหล่านี้ได้ ดังนั้นใครที่ไม่ชอบใส่หน้ากากอนามัยอาจต้องคิดใหม่! ลองไปดูกันว่าข้อดีของการใช้หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพจะเกิดผลดีอย่างไรบ้าง

โควิดระบาด

1.ป้องกันมลภาวะรอบตัว

  • กรุงเทพมหานคร ถือเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาก บนท้องถนนก็เต็มไปด้วยรถยนต์ ส่งผลให้เกิดมลภาวะบนท้องถนนมากมาย ทั้งจากควันรถ ท่อไอเสีย จนเกิดเป็นฝุ่น PM 2.5 นอกจากนี้ยังมีฝุ่น PM10 ที่เกิดจากการก่อสร้าง การทำถนน การกวาดฝุ่นบนพื้นดิน เป็นต้น เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยมลพิษมากมาย หากคุณต้องใช้การขนส่งสาธารณะ หน้ากากอนามัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีสวมไว้ตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน เพราะหากคุณไม่ใส่ แน่นอนว่าคุณจะเกิดอาการระคายเคือง คัดจมูก หรือบางรายที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้นได้ ทางที่ดีใส่แมสก์ไว้ตลอดเวลาจะดีที่สุด

2.ป้องกันเชื้อโรคทางอากาศ

  • คุณสมบัติสำคัญของหน้ากากอนามัย คือสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ นั่นแปลว่าสามารถกรองเชื้อโรคหรือไวรัสขนาดเล็กได้เช่นกัน หากคุณไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละออง คุณอาจเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศต่างๆ ทั้งเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ไข้หวัดใหญ่ และคออักเสบ เป็นต้น เพราะเมื่อคุณไม่ได้ป้องกัน เชื้อไวรัสจะแทรกซึมเข้ามาตามระบบทางเดินหายใจ เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็นโรคร้ายต่างๆ ได้ ยิ่งสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่ารุนแรงมากขนาดนี้ คุณจำเป็นที่จะต้องใส่แมสก์ตลอดเวลาเมื่อต้องออกเดินทางไปนอกบ้าน

3.ป้องกันการแพร่เชื้อโรคสู่ผู้อื่น

  • เมื่อคุณรู้สึกไม่สบาย คุณก็ไม่อยากให้คนใกล้ตัวต้องมาติดโรคไปด้วย ดังนั้นการที่คุณสวมใส่หน้ากากอนามัยย่อมจะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น ยิ่งในเวลานี้สถานการณ์โควิด-19 กำลังระบาดหนักเช่นนี้ ใครที่รู้ตัวว่าไม่สบาย เป็นไข้ ไอ จาม ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไม่ควรออกมาในที่สาธารณะ ในขณะที่ตัวเองกำลังป่วย เพราะอาจเป็นพาหะทำให้ทุกคนติดโรคร้ายจากคุณได้

4.ป้องกันฝุ่นขนาดเล็กได้

  • ฝุ่นมีอยู่ทุกที่รอบตัวเรา เพียงแต่คุณไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจนเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ภายในอาคารก็อาจเต็มไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ และเกิดความเสี่ยงที่จะเจอเชื้อโรคมากมาย การใส่หน้ากากอนามัยจึงจะช่วยป้องกันได้อย่างดี เพราะหากคุณเกิดอาการแพ้ จะมีอาการไอ จาม น้ำมูลไหล น้ำตาลไหล หรือเกิดผื่นขึ้นได้นั่นเอง ดังนั้นเมื่อต้องไปในที่คนเยอะๆ หรืออาคารที่กำลังก่อสร้างบางจุด ควรใส่แมสก์ป้องกันไว้ตลอดเวลาจะดีที่สุด

หน้ากากแบบผ้า-โควิด

อันตรายจากโควิด-19 หากไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย

สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในหลายประเทศ ยิ่งในประเทศไทยหลายจังหวัดก็เริ่มมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น อาจเป็นเพราะไม่ได้รับการป้องกันเท่าที่ควร อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังไม่มีหน้ากากอนามัยให้ใส่ป้องกันเชื้อไวรัส หรือบางคนอาจมองว่าโรคไม่ได้รุนแรงอะไร จึงเลือกที่จะไม่ใส่แมสก์ได้ ดังนั้นเราจึงนำผลเสียของการไม่ใส่หน้ากากอนามัยในช่วงที่ไวรัสโควิดกำลังระบาดมาบอกกัน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวป้องกันได้อย่างถูกต้อง

1.ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ง่าย

  • ถึงแม้หน้ากากอนามัยจะไม่ได้ช่วยป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดีเท่ากับการหมั่นล้างมือให้สะอาด แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถลอยอยู่บนอากาศได้นานถึง 3 ชั่วโมง ดังนั้นคุณจึงมีความเสี่ยงทุกครั้งที่ออกจากบ้าน อีกทั้งบริเวณที่สาธารณะ ยังกลายเป็นแหล่งรวมโรคอย่างดี นอกจากนี้ราวบันได ปุ่มลิฟต์ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นเลือกใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และไม่ใช้มือแคะแกะเกาหน้าจะป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดีที่สุด

2.เสี่ยงที่จะได้รับฝุ่น PM 2.5

  • ภาวะฝุ่น PM2.5 คือปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอย่างหนัก ซึ่งว่ากันว่าความรุนแรงของฝุ่น PM2.5 หากคุณสูดดมทุกวัน จนฝุ่นเข้าไปสะสมในร่างกาย ก็อาจเกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคสมองได้ เพราะในฝุ่นประกอบไปด้วยมลพิษทางอากาศมากมาย จึงเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบดังกล่าวค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะ ที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่นดังกล่าว ก็ยังสามารถส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายกว่าปกติอีกด้วยเช่นกัน

3.เสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคต่างๆ

  • การที่คุณออกจากบ้านในช่วงนี้ ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีความเสี่ยงในโรคโควิด-19 แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะคุณต้องเผชิญความเสี่ยงกับโรคติดต่อต่างๆ อีกมาก ตั้งแต่ระดับเบาจนไปถึงขั้นรุนแรง ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ และติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ ซึ่งหากคุณใส่หน้ากากอนามัยก็จะช่วยป้องกันคุณได้ระดับหนึ่ง แต่หากคุณไม่สวมอะไรเลย ก็เสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคได้ง่ายๆ ดังนั้นเลือกสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อสุขอนามัยที่ดีจะดีกว่า

วิธีเลือกซื้อหน้ากากอนามัยให้ได้คุณภาพ

ในเวลานี้ไม่ว่าใครก็ต้องการหน้ากากอนามัยกันหมด ไม่ว่าจะถูกจะแพงขนาดไหนก็มีคนพร้อมที่จะซื้อได้ตลอดเวลา เพราะสุขภาพร่างกายสำคัญกว่าเงินทอง จึงทำให้มีคนจำนวนมาก ที่ได้หน้ากากอนามัยที่ไม่มีคุณภาพ เพราะไม่มีความรู้ในวิธีการเลือกซื้อนั่นเอง ดังนั้น บทความนี้เราเลยนำเคล็ดลับในการเลือกซื้อหน้ากากอนามัยให้ได้คุณภาพมาฝากกันแล้วดังนี้

ใส่หน้ากาก-โควิด

1.ต้องมีตรารับรองมาตรฐาน

  • บนหน้ากากอนามัย จะต้องมีการระบุมาตรฐานของสินค้าอยู่ เช่น N95, FFP2 หรือ P2 ซึ่งรหัสเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีคุณภาพของหน้ากากอนามัยได้ ยกตัวอย่าง N95 คือผ่านการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคได้ถึง 95% ในส่วนของ FFP2 เป็นมาตรฐานจากฝั่งยุโรป โดยรับรองว่าหน้ากากมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคได้ 94% ส่วน P2 คือมาตรฐานประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยรับรองว่าหน้ากากมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคได้ 94% ดังนั้นเมื่อคุณจะเลือกซื้อแมสก์อย่าลืมสังเกต ตรารับรองมาตรฐานก่อนทุกครั้ง

2.ควรมีแผ่นอะลูมิเนียมรองจมูก และฟองน้ำรองด้านใน

  • หน้ากากที่ได้คุณภาพ จะมีแผ่นอะลูมิเนียมเส้นเล็กๆ คาดอยู่บริเวณสันจมูก และคุณสามารถกดให้เข้ากับรูปหน้าได้อย่างดี และด้านในต้องมีฟองน้ำรองรับ เพราะมีการสัมผัสกับผิวหน้า จึงต้องป้องกันเรื่องของการระคายเคือง

ไม่ว่าคุณจะเลือกใส่หน้ากากอนามัยแบบของแพทย์ หรือแบบผ้า ก็ล้วนสามารถป้องกันไม่ให้คุณเกิดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ทั้งสิ้น ดังนั้น ใครที่มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านทุกวัน ควรสวมใส่แมสก์ตลอดเวลา เพื่อป้องกันและยับยั้งเชื้อไวรัสที่จะติดตัวคุณมาที่บ้าน และหมั่นล้างมือบ่อยๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้ ส่วนใครที่อยากประหยัดค่าหน้ากากอนามัย ลองไปหาวัสดุผ้าที่เราแนะนำมาทำเป็นแมสก์ดู รับรองจะช่วยให้คุณป้องกันไวรัส และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกเยอะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

Leave a Reply

Related Posts