วิธีล้างผลไม้ ล้างแบบไหนถึงปลอดภัยจากโควิด-19

herworldthai-cover (53)
เป็นช่วงที่ทุกคนหวาดระแวงในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากกับช่วงไวรัสCOVID-19ระบาดรวมไปถึงการบริโภคอาหารด้วยซึ่งวันนี้เราได้เผย วิธีล้างผลไม้ ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

วิธีล้างผลไม้ ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

( วิธีล้างผลไม้ ให้ปลอดภัยจากโควิด-19 )ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ และดูเหมือนกับว่าเชื้อไวรัสจะสามารถอาศัยอยู่ได้ทุกพื้นผิว เช่น ไม้ กระดาษ เสื้อผ้า เหล็ก ธนบัตร หรือแม้กระทั่งอาหาร ซึ่งก็อาจทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย และไม่แน่ใจว่าอาหารชนิดใดที่สามารถรับประทานได้บ้าง ยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้มีประกาศแจ้งเตือนมาว่า ไม่ควรบริโภคอาหารที่ยังดิบอยู่ โดยเฉพาะปลาดิบ ก็เล่นเอาคอแซลม่อนหวาดวิตกไปตาม ๆ กัน และหลายคนก็หยุดกินจริง ๆ เพราะกลัวเชื้อโรคจะปนเปื้อนมาด้วย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ 7 วิธีซักผ้าง่ายๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะให้ทุกคนทำในช่วงนี้

covid วิธีล้างผลไม้

อาหารที่ควรงดบริโภคในช่วง Covid-19

จากข้อมูลในเบื้องต้น ล่าสุดนี้ ก็พึ่งมีการแชร์เมนูอาหารที่ไม่ควรบริโภคในช่วงนี้หลาย ๆ เมนู ซึ่งส่วนมากก็มักจะเป็นอาหารที่คนขายใช้มือสัมผัสโดยตรง เป็นอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ไม่ค่อยผ่านความร้อนเท่าที่ควร เช่น

  • ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง : ถึงแม้ว่าไก่ต้ม หมูแดง หมูกรอบ จะต้องผ่านความร้อนมาเพื่อให้เนื้อสัตว์สุก แต่ส่วนมากพ่อค้าแม่ค้ามักจะใช้มือเปล่าหั่นเนื้อสัตว์แล้ววางลงบนข้าว จึงเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย
  • ส้มตำ ยำ : เมนูเหล่านี้มักจะไม่ค่อยผ่านความร้อนมากเท่าที่ควร หรือถ้าหากผ่านความร้อน ก็ใช้เวลาน้อยมากจนเชื้อโรคยังไม่สามารถถูกกำจัดได้ทั้งหมด นอกจากจะเสี่ยงต่อเชื้อไวรัส COVID-19 และ ยังเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายอีก เช่น ไวรัสโรต้า หรือโนโรไวรัส ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย
  • ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ก๋วยเตี๋ยวหลอด ปอเปี๊ยะสด : ทั้ง 3 เมนูนี้ แม้จะมีการนำไปผ่านความร้อนบ้างแล้วก็ตาม แต่แม่ค้ามักจะต้องเอามาห่อเองในภายหลัง และมักจะทิ้งเอาไว้ตากแดดตากลมในเวลานาน ซึ่งก็มีโอกาสที่เชื้อโรคจะปนเปื้อนด้วย

วิธีล้างผักผลไม้ ล้างแบบไหนถึงจะปลอดภัยจากเชื้อโควิด

ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงทำให้ใครหลายคนเกิดความวิตกกังวลมากขึ้น แม้กระทั่งจะกินผักสดหรือผลไม้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะเสี่ยงติดเชื้อหรือไม่ และควรจะต้องล้างอย่างไร เพื่อกำจัดเชื้อออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางคนก็กังวลมากถึงขั้นไม่กล้ากินผักผลไม้สดเลย จริงอยู่ว่าผลไม้ที่วางขายอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ต มักจะปลอดเชื้อโรคอยู่แล้ว เนื่องจากพนักงานที่จัดเรียงผลไม้ตามชั้นวางจะต้องใส่ถุงมือก่อนเสมอ

การล้างผลไม้ให้ปลอดภัย covid

แต่ปัญหาคือ คนทั่วไปที่มาจับจ่ายซื้อของใช้มือเปล่าที่ไม่รู้ว่าได้ไปสัมผัสกับอะไรมาบ้าง หยิบผลไม้เหล่านี้ขึ้นมาดู แล้ววางกลับไปบนชั้นเหมือนเดิม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคจากตรงนี้แทน รวมถึงผลไม้ที่วางขายตามท้องตลาด ก็อาจจะมีการปนเปื้อนเชื้อจากแม่ค้า และผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของเช่นกัน เราจึงขอแนะนำวิธีการล้างผัก-ผลไม้ง่าย ๆ เพื่อให้ปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19 มากที่สุดมาฝากกันแล้วดังนี้

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ หน้ากากอนามัยแบบผ้าดีไหม? วัสดุแบบไหนป้องกันโควิด-19 ได้จริง

1.ล้างด้วยน้ำสะอาด

  • ปกติการล้างผัก-ผลไม้ด้วยน้ำสะอาดโดยวิธีให้น้ำไหลผ่านแรง ๆ จะสามารถกำจัดสารเคมีและยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 70-80% เนื่องจากในน้ำประปาจะมีสารคลอรีนที่ช่วยทำลายเชื้อโรคได้ รวมถึงเชื้อไวรัส COVID-19 แต่วิธีนี้จะค่อนข้างเปลืองน้ำอยู่ประมาณนึง และอาจไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้มากเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นให้ผสมสบู่กับน้ำ แล้วเอาผลไม้แช่ไว้สักพัก แล้วค่อยล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ถ้ากลัวว่าจะมีกลิ่นสบู่ติด ก็สามารถผสมสบู่น้อย ๆ แต่แช่ให้นานแทนก็ได้ และเพื่อเป็นการประหยัดน้ำ ขอแนะนำให้หาถังน้ำมารองไว้ แล้วเอาน้ำที่ล้างผลไม้แล้วไปรดต้นไม้แทน

2.แช่ด้วยด่างทับทิมผสมน้ำ

  • การล้างผัก-ผลไม้ด้วยด่างทับทิม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากช่วยลดสารเคมีตกค้างได้มากกว่า 50% และยังช่วยกำจัดเชื้อไวรัสต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่า ด่างทับทิมเข้มข้น 1:10,000 สามารถฆ่าเชื้อโรคทั้งหมดได้ภายในเวลา 30 นาทีในอุณหภูมิห้อง วิธีการล้างเพียงแค่ผสมด่างทับทิม 25 เกล็ดกับน้ำ 4 ลิตร หรือมากกว่านั้น แล้วแช่ผักทิ้งไว้อย่างน้อย 10-15 นาที แต่ต้องระวังปริมาณการใช้ด่างทับทิมไม่ให้มากเกินไปนัก เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผัก-ผลไม้เหี่ยวเฉากว่าปกติอีกด้วย

3.ล้างด้วยน้ำส้มสายชู

  • นอกจากด่างทับทิมแล้ว การแช่ด้วยน้ำส้มสายชูก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดสารเคมีและฆ่าเชื้อโรคได้ไม่แพ้กัน วิธีการล้าง คือผสมน้ำส้มสายชูเข้มข้น 5% 1 ส่วน กับน้ำ 10 ส่วน แล้วเอาผักผลไม้มาแช่ทิ้งอย่างน้อย 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผักบางชนิด เช่น ผักกาด หรือกะหล่ำปลี อาจมีรสชาติเปรี้ยวขึ้นเพราะรสชาติของน้ำส้มสายชู เพราะฉะนั้นอาจจะต้องระวังการล้างผักบางชนิด หรืออาจจะต้องเพิ่มปริมาณน้ำสะอาดมากขึ้น

ล้างผลไม้ยังไงให้ปลอดภัยจากโควิด

4.ล้างด้วยเบกกิ้งโซดา

  • การล้างผักผลไม้ด้วยวิธีนี้ จะช่วยลดสารเคมีตกค้างได้มากที่สุด (90-95%) แต่จะต้องใช้น้ำในปริมาณมาก เพราะสูตรที่นิยมคือใช้เบกกิ้งโซดา หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต 1/4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอย่างน้อย 5 ลิตร ก่อนจะนำผักผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังแช่เสร็จต้องล้างน้ำสะอาดอีก 2-3 ครั้ง เพื่อล้างสารต่าง ๆ ออกให้หมด เนื่องจากการได้รับเบกกิ้งโซดาในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ มีคนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่า เบกกิ้งโซดากับผงฟูคือสิ่งเดียวกัน แต่จริง ๆ ผงฟู คือเบกกิ้งโซดาที่ผสมแป้ง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่หากที่บ้านมีผงฟูอยู่แล้ว เราสามารถเอามาล้างผักผลได้ โดยใช้ส่วนผสมเดียวกันกับเบกกิ้งโซดาเลย วิธีนี้ช่วยลดสารเคมีตกค้างได้มากถึง 90% และยังปลอดภัยกว่าการใช้เบกกิ้งโซดาอีกด้วย

5.ล้างด้วยน้ำยาล้างจาน

  • อาจจะฟังดูแปลก แต่น้ำยาล้างจานสามารถเอามาล้างผลไม้ได้ เพียงแต่ต้องผสมน้ำในปริมาณมาก และใช้ฟองน้ำค่อย ๆ ถูไปบนผลไม้เบา ๆ จะช่วยลดสารเคมีและเชื้อไวรัสได้มากถึง 95% สำหรับใครที่กลัวว่าจะล้างน้ำยาไม่หมด ก็ให้เปิดน้ำไหลผ่านให้นานกว่าปกติ และลองเอามือถูผลไม้ดูว่ายังมีความลื่น หรือมีฟองอยู่บ้างมั้ย หากไม่มีแล้วก็สามารถกินได้ตามปกติเลย

6.ล้างด้วยน้ำเกลือ

  • วิธีนี้เป็นวิธีล้างสารพิษง่าย ๆ และปลอดภัย สามารถทำที่ไหนก็ได้ เพียงแค่มีเกลือป่นเท่านั้น แค่นำเกลือ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 5 ลิตร แล้วเอาผัก-ผลไม้ไปแช่ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างอีกครั้งด้วยน้ำสะอาด แต่วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต หรือผู้ที่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม เพราะเกลืออาจทำให้ผัก-ผลไม้บางชนิดมีรสชาติที่เปลี่ยนไปจากเดิม

7.ต้มหรือลวกผัก

  • หลังจากล้างผักแล้ว การต้มหรือลวกผักก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้มากกว่า 50% แต่เทคนิคที่จะขอแนะนำเพิ่มเติมคือ เมื่อต้มผัก หรือลวกผัก สารพิษและเชื้อโรคจะปนเปื้อนอยู่ในน้ำนั้น เพราะฉะนั้นให้ล้างด้วยน้ำเย็นจัดซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ผักมีความกรอบและมีสีสด แต่ถ้าจะนำผักไปประกอบอาหารประเภทแกงต่อ ให้ทิ้งน้ำแรกที่เอามาต้มผัก แล้วใช้น้ำใหม่เพื่อลดการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย

หวังว่าวิธีการล้างผัก-ผลไม้ ทั้ง 7 วิธีนี้ จะช่วยให้หลายคนรู้สึกเบาใจกับการกินผัก-ผลไม้สดกันมากขึ้น ขอแนะนำเพิ่มเติมว่า สะดวกวิธีไหน ก็สามารถเลือกใช้วิธีนั้นได้เลย หากไม่สบายใจกับการล้างด้วยน้ำยาล้างจาน หรือน้ำสบู่ ก็ไม่จำเป็นจะต้องเลือกวิธีนี้

ล้างผลไม้ให้ปลอดภัย

ส่วนใครที่มีข้อสงสัยว่า ถ้ากินผลไม้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาดหนัก ๆ จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ บอกไว้ตรงนี้เลยว่า กว่าจะผ่านการขนส่งมาถึงประเทศไทยนั้น เชื้อไวรัสก็ตายหมดแล้ว และถ้าหากเอามาล้างทำความสะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง ยังไงก็ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างแน่นอน หรือถ้าติดเชื้อขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องมาดูองค์ประกอบต่อไปว่า ได้รับเชื้อโรคมากพอหรือไม่ ร่างกายของเราอ่อนแออยู่แล้วหรือเปล่า ถ้าหากร่างกายของเราแข็งแรงดี เชื้อไวรัสเล็กน้อยบนผลไม้ก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้อย่างแน่นอน

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

Leave a Reply

Related Posts